เข้าใจง่ายเรื่อง Tense [Part 1]

Advertisements

เราเคยเรียนเรื่อง  Tense มาตั้งแต่เด็กยันโต ก็เรียนแต่แบบเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกวัน แต่ท้ายที่สุดก็เรียนเพื่อสอบแล้วก็ลืมว่าจะนำไปใช้อย่างไรเวลาพูด เวลาเขียน เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักเจ้า Tense ให้เข้าใจกันเสียก่อนที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเรา กันดีกว่า

Tense คือ อะไร ??  Tense ถ้าแปลตรงๆ แปลว่า กาลเวลา โดย Tense ในภาษาอังกฤษก็คือ รูปแบบหรือโครงสร้างของกริยา ที่แสดงให้เราทราบว่า การกระทำหรือเหตุการณ์ นั้นๆเกิดขึ้นเมื่อใด

ซึ่งเรื่อง  Tense  นี้เป็นเรื่องสำคัญ  ถ้าเราใช้    Tense  ไม่ถูก  เราก็จะสื่อภาษาไม่ได้หรือไม่เข้าใจ  เนื่องจากประโยคภาษาอังกฤษนั้นจะอยู่ในรูปของ  Tense  เสมอ  ซึ่งต่างกับภาษาไทยของเราที่จะมีข้อความบ่งบอกว่าเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดมาช่วยเสมอ   แต่ภาษาอังกฤษจะใช้รูป  Tense  นี้มาเป็นตัวบอก  ตัวอย่างประโยค ภาษาอังกฤษ เทียบกับภาษาไทย

>>>> I am playing football now. = ฉันกำลังเล่นฟุตบอล

>>>>I played football yesterday. = ฉันเล่นฟุตบอลเมื่อวานนี้

ดังนั้นการเข้าใจเรื่อง  Tense จึงเป็นเรื่องจำ เป็นอย่างยิ่ง เรามาดู Tense ในภาษาอังกฤษ แบบคร่าวๆกันก่อนที่จะลงลึกในแต่ละตัว

Tense แบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆ และแต่ละ Tense ก็แบ่งย่อยอีกอย่าละ 4 แบบ ดังนี้

1. Present Tense ปัจจุบันกาล
 – Present  Simple   Tense    ธรรมดา (ง่ายๆตรงๆไม่ซับซ้อน)
 -Present Continuous  Tense    กำลังกระทำอยู่(กำลังเกิดอยู่)
 -Present  Perfect Tense     สมบูรณ์ (ทำเรียบร้อยแล้ว)
 -Present  Perfect  continuous  Tense สมบูรณ์กำลังกระทำ(ทำเรียบร้อยแล้วและกำลัง ดำเนินอยู่ด้วย)

2. Past Tense อดีตกาล
 -Past  Simple   Tense   
 -Past  Continuous  Tense   
  -Past  Perfect Tense    
 -Past  Perfect  continuous  Tense

3. Future Tense อนาคตกาล
 -Future Simple   Tense   
 -Future Continuous  Tense   
 -Future Perfect Tense   
  -Future Perfect  continuous  Tense

เป็นไงกันบ้างนี่เป็นแค่ภาพรวมกว้างๆ ของ Tense ก่อนที่เราจะเจาะลงไปในแต่ละตัวเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น แล้วนำมาใช้ได้อย่างมั่นใจ โดยจะเจาะลึกรายละเอียดใน [Part 2] ว่า Present Tense หรือปัจจุบันกาลคืออะไร มีวิธีการใช้และเทคนิคการจำง่ายๆ อย่างไรบ้าง

โปรดติดตามต่อ….

To be continued….

Advertisements